dot dot




Server article

 SERVER "เซิร์ฟเวอร์" 

SERVER "เซิร์ฟเวอร์" ถ้าให้นิยามความหมายเชิงฮาร์ดแวร์นั้น หลายท่านก็คงจะบอกว่า เครื่อง Server นั้นเป็นกล่องๆ หนึ่งซึ่งบรรจุโปรเซสเซอร์ไว้ภายใน 1 ตัว หรือตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป ประกอบไปด้วยหน่วยความจำ พร้อมทั้งฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุขนาดใหญ่ ซึ่ง เครื่อง เซิร์ฟเวอร์ นี้เอาไว้ให้บริการกับเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ผ่านระบบเครือข่าย โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ร้องขอบริการจาก เครื่อง Server นี้จะถูกเรียกกันว่า "ไคลเอนต์"ปกตินั้นงานที่ เครื่อง เซิร์ฟเวอร์ ให้บริการก็ประกอบไปด้วย การทำหน้าที่เป็นเครื่องซึ่งมีไว้สำหรับเก็บไฟล์ข้อมูลเพื่อไว้ใช้งานร่วมกัน เครื่องต่างๆ สามารถนำไฟล์มาเก็บและดึงไปใช้ตามสิทธิ์ที่ตนได้รับ ซึ่งเป็นหน้าที่พื้นฐานของ เครื่อง Server จึงอาจสรุปได้ว่า เซิร์ฟเวอร์ก็คือ เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งซึ่งมีหน้าที่รับการร้องขอจากเครื่องไคลเอนต์ต่างๆ ผ่านระบบเครือข่ายจากนั้นก็ส่งผลลัพธ์นั้นไปให้เครื่องไคลเอนต์ตามที่ถูกร้องขอมา  

 

 

 

 

ถ้าให้นิยาม Server ในเชิงซอฟต์แวร์ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ในการใช้งานของเรานั้น อาจจะเรียกได้หลากหลายออกไปตามการใช้งาน เซิร์ฟเวอร์ นั้นอาจถูกเรียกว่า Mail Server, แอพพลิเคชัน เซิร์ฟเวอร์ , Web Server หรือว่า เซริฟเวอร์ แบบอื่นๆ ก็ตามแต่ Web Server และ Mail Server หลายๆ ท่านก็อาจจะคุ้นเคยกันแล้วว่ามีหน้าที่ทำอะไร แต่สำหรับท่านที่ยังไม่ทราบก็ขอบอกว่าการคำนึงถึงคุณสมบัติของเครื่องที่จะนำมาเป็น เครื่อง Server นั้นจึงต้องพิจารณากันโดยละเอียด ทีเดียว ทั้งยังจะต้องคำนึงถึงบริการหรือรูปแบบการใช้งานด้วยว่าจะใช้ทำอะไร ดังเช่น ถ้านำมาทำ เครื่อง Printer Server นั้นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกเครื่องที่มีสเปคสูง ส่วนเครื่องที่นำมาเป็น เครื่อง Web Server นั้นจะต้องมีความเร็วของแลนการ์ดที่สูง หน่วยความจำมาก ส่วนเครื่องที่นำมาทำเป็น เครื่อง Database Server หรือ แอพพลิเคชั่น เซิร์ฟเวอร์ นั้น จะต้องเป็นเครื่องที่มีความจุของสื่อบันทึกข้อมูลจำพวกฮาร์ดดิสก์มาก และมีความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลสูงด้วยความหลากหลายของ เครื่อง เซริฟเวอร์ ที่มีในท้องตลาด ทั้งคุณสมบัติก็แตกต่างกันออกไปตามผู้ผลิตและรุ่นต่างๆ มากมาย จึงสามารถแบ่ง เครื่อง Server ออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ดังต่อไปนี้

 

 

 
 
 
 

Performance Server หรือ Enterprise Server

Performance Server หรือ Enterprise Server  เป็น Server ที่มีประสิทธิภาพสูง ถูกออกแบบมาสำหรับประมวลผลข้อมูลปริมาณมากๆ เหมาะสำหรับใช้งานภายในองค์กรขนาดกลางและขนาดใหญ่ ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้งานตั้งแต่ 500 ถึง 1,000 คนขึ้นไป ด้วยการใช้พลังการประมวลผลของซีพียูในแบบ 32-bit และ 64-bit อย่าง Intel Itanium, Intel Itanium2, AMD Opteron, UltraSparc, RISC, Power G5 ซึ่งส่วนใหญ่นั้นมีการทำงานในแบบ Multi-Processor สามารถรองรับโปรเซสเซอร์ให้ร่วมกันทำงานเป็นหนึ่งเดียวกันได้ มีให้เลือกทั้ง แบบ 4-Way, 8-Way,12-Way เครื่อง เซริฟเวอร์ระดับนี้มีราคาที่ค่อนข้างแพงมาก เนื่องมาจากองค์ประกอบสำคัญนั้นเป็นเทคโนโลยีในระดับสูง ทั้งยังสามารถขยายความต้องการได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ


Value Server หรือ Midrang Server 

Value Server หรือ Midrang Server เป็น เครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่น่าจะเหมาะสมกับระบบขนาดกลางหรือองค์กรที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนักและต้องการการประมวลผลที่ยังสูงพร้อมความมีเสถียรภาพที่น่าเชื่อถือได้ น่าจะเป็น เครื่อง Server ที่มีการใช้ซีพียูแบบ Dual Processor เครื่องเซริฟเวอร์ ระดับนี้คาดว่าน่าจะเป็นที่นิยมใช้กันมากเนื่องจากมีสมรระนะในการใช้งานที่สูง แล้วก็สามารถที่จะเพิ่มเติมคุณสมบัติขึ้นได้เรื่อยๆ เช่นเดียวกัน


Budget Server หรือ Entry Server

Budget Server หรือ Entry Server ปกติแล้วเป็น เครื่อง เซิร์ฟเวอร์ ที่เหมาะกับองค์กรหรือบริษัทขนาดเล็กที่มีเครื่องลูกข่ายในระบบไม่มากนัก มักจะใช้ เครื่อง Server ที่มีคุณสมบัติไม่สูงมากอาจจะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์พีซีธรรมดาแทนก็ได้ ถ้าไม่ต้องการความมีเสถียรภาพของระบบมาก ในบ้านเราก็มีอยู่หลายแบรนด์เนมให้เลือกด้วยกันในการเลือกซื้อ เครื่องเซริฟเวอร์ สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและเล็กหรือ SME นั้นสิ่งสำคัญที่จะต้องพิจารณาก็คือ จุดประสงค์ของการนำมาใช้งานว่าเป็นงานในลักษณะใด ข้อมูลที่จัดเก็บมีปริมาณมากน้อยเพียงใด จำนวนเครื่องลูกข่ายในระบบจำนวนเท่าไร แล้วจึงมาเลือกคุณสมบัติให้เหมาะกับความต้องการดังกล่าว ในการเลือกก็ไม่จำเป็นต้องเลือกซื้อรุ่นที่ออกมาใหม่ๆ เนื่องจากว่าจะมีราคาแพงมากเพราะได้ใช้เทคโนโลยีที่เรียกได้ว่า ใหม่ที่สุดขณะนั้น เราอาจจะเลือกเครื่องที่ตกรุ่นใหม่ๆ หรือว่าเครื่องมือสองที่ประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน เป็นการประหยัดต้นทุนในการจัดซื้อไปได้อีกมากเลยทีเดียว ซึ่งการลักษณะของการรองรับการใช้งานได้แค่ไหนนั้นก็สามารถดูได้จากความเร็วของซีพียู หรือ อุปกรณ์อื่นๆ เช่น ฮาร์ดดิสก์ หรือ แรม เป็นหลัก

ทำไมเราจะต้องพิจารณาบริการหรืองานที่เราจะใช้กับ Server ด้วย ทั้งนี้ก็เพราะบางท่านที่ซื้อเซิร์ฟเวอร์อาจจะอยากที่จะใช้บริการแทบทุกชนิดในเครื่องเดียวกันเลยก็ว่าได้ ซึ่งจริงๆแล้วบริการแต่ละแบบที่เราจะใช้นั้นก็ต้องการคุณสมบัติของเครื่องที่แตกต่างกันออกไปเช่นกัน สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและเล็กที่กำลังมองหา เครื่องเซิร์ฟเวอร์ (Server) ที่จะใช้สำหรับงานโดยทั่วๆ ไปขององค์กรไม่ว่าจะเป็นเมล์เซิร์ฟเวอร์ ดาต้าเบสเซิร์ฟเวอร์ เว็บเซิร์ฟเวอร์หรือบริการด้านอื่นๆ นั้น ก็มีหัวข้อสำหรับพิจาณาคุณสมบัติของ เครื่องเซิร์ฟเวอร์ (Server) ที่ควรมี ดังต่อไปนี้


โปรเซสเซอร์ (Processor) 

โปรเซสเซอร์ (Processor) หรือหน่วยประมวลผลที่เรียกกันอย่างคุ้นเคยว่าซีพียูนั้น ที่เหมาะสำหรับใช้งานในองค์กรขนาดเล็กๆ แล้วละก็ ซีพียูที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์พีซีโดยทั่วๆ ไปก็นำมาใช้งานได้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Intel Celeron, Intel Pentium4 หรือจะเป็นของ AMD Athlon แต่ต้องเลือกรุ่นที่รองรับเทคโนโลยี Hyper-Threading หรือ Hyper-Transport ด้วย ซึ่งเป็นรุ่นที่ใช้กับเครื่องพีซีไฮเอนต์นั่นเอง นอกจากจะช่วยให้ประหยัดต้นทุนในการจัดซื้อไปได้มากในราคาเท่าๆกับพีซีแล้วประสิทธิภาพก็พอเพียงสำหรับใช้งานโดยทั่วๆ ไปได้ แต่ถ้าต้องการใช้ซีพียูที่ออกแบบมาสำหรับเซิร์ฟเวอร์โดยเฉพาะนั้นก็มี Intel Xeon DP, Intel Xeon MP และ AMD Athlon MP ซึ่งเป็นซีพียูที่สามารถรองรับการทำงานได้ตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป โดยเราสามารถใส่ซีพียู 1 ตัวก่อน เมื่อต้องการประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นก็เพียงใส่ซีพียูอีกตัวเข้าไปได้


ชิปเซ็ต (Chipset)

ชิปเซ็ต (Chipset) สำหรับ เครื่องเซิร์ฟเวอร์ (Server) นั้นจะใช้ชิปเซ็ตที่ออกแบบมาสำหรับจัดการงานประมวลผลโดยเฉพาะ ซึ่งจะเห็นว่าชิปเซ็ตนั้นต้องรองรับเทคโนโลยีการประมวลผลแบบ Hyper-Threading, Hyper-Transport ได้ โดยชิปเซ็ตที่มีความสามารถดังกล่าวก็เช่น ServerWorks, Intel 875P MCH, Intel E7505,Intel Hance Rapids ICH, AMD-8111, AMD-8131, AMD-8151


หน่วยความจำหลัก (Main Memory)

หน่วยความจำหลัก (Main Memory) สำหรับหน่วยความจำที่ใช้สำหรับเซิร์ฟเวอร์นั้นจะมีลักษณะเฉพาะออกไปโดยคุณสมบัติที่ใช้กับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ (Server) นั้นจะเป็นประเภท ECC Memory ซึ่งก็คือ Error Correction Coding นั่นก็คือ การมีบิตสำหรับตรวจสอบข้อมูลว่ามีความถูกต้องหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการรับประกันถึงคุณภาพของข้อมูลและความน่าเชื่อถือที่จะได้รับจากการประมวลผล และให้ประสิทธิภาพการทำงานที่น่าเชื่อถือ ทั้งแรมที่ใช้นั้นจะต้องเพิ่มขยายได้ต่อไปในอนาคตด้วย ในการเลือกใช้แรมนั้นจะต้องเลือกรุ่นที่มีความเร็วเท่ากันหรือใกล้เคียงกันมากที่สุด นอกจากนั้นก็ควรเลือกที่มีขนาดต่อโมดูลมากๆเข้าไว้ เพราะเมื่อเราขยายขนาดนั้นจะทำให้ใช้ DIMM แต่ละตัวได้อย่างเต็มความจุมากที่สุดที่จะรองรับได้ ซึ่งก็ต้องแลกมากับต้นทุนที่ต้องสูงขึ้นเช่นเดียวกัน โดยที่เหมาะสมสำหรับใช้ในธุรกิจขนาดเล็กๆนั้นก็ควรรองรับความจุได้สูงสุดตั้งแต่ 4GB ขึ้นไป


ฮาร์ดดิสก์ (Harddisk)

ฮาร์ดดิสก์ (Harddisk)  ถือเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญของระบบ โดยปกตินั้นจะต้องมีความจุที่มีขนาดใหญ่ทั้งนี้เพื่อเป็นพื้นที่ในการจัดสรรให้กับเครื่องไคลเอนต์ที่ต่อเชื่อมอยู่ให้พอเพียง นอกจากนั้นแล้วก็ควรมีคอนโทรลเลอร์ที่สามารถจะขยายหรือเพิ่มเติมฮาร์ดดิสก์เพิ่มขึ้นได้ในอนาคต ซึ่งแน่นอนว่าปริมาณของข้อมูลที่เก็บไว้จะต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน นอกจากนั้นก็ยังต้องคำนึงถึงความเร็วในการแอ็กเซสข้อมูล โดยส่วนใหญ่นั้นจะใช้ฮาร์ดดิสก์ในแบบ SCSI (Small Computer System Interface) ซึ่งมีความเร็วสูง แต่ก็ติดขัดในเรื่องราคาที่แพงมากกว่าในแบบ ATA ซึ่งในปัจจุบันต้องขอขอบคุณพัฒนาการของ Serial ATA ที่จะเข้ามาแทนที่ฮาร์ดดิสก์แบบ Parallel ATA เดิมซึ่งส่งข้อมูลได้ช้า ซึ่งมาตรฐาน SATAในตอนนี้นั้นอยู่ที่ 150MB/s เรียกได้ว่าเร็วทีเดียว ซึ่งนอกจากจะคำนึงถึงการขยายขนาดแล้ว ควรจะต้องรองรับระบบการสำรองข้อมูลในแบบ Multi-RAID (Redundancy Array of Inecpensive Disk) ซึ่งเป็นตัวสำคัญที่จะช่วยสำรองข้อมูลเมื่อเกิดความเสียหาย RAID Level 0,1,5 ก็ดูจะเพียงพอสำหรับองค์กรขนาดเล็กๆ แล้ว


สล็อตส่วนขยาย (Expension Slots) 

สล็อตส่วนขยาย (Expension Slots) เรื่องของสล็อตและพอร์ตก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อน โดยเฉพาะถ้าการใช้งานของเรานั้นต้องการเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นๆ ภายนอกอย่างเทปแบ็คอัพ อุปกรณ์ออพติคอลสำหรับบันทึกหรือทำสำรองข้อมูล ก็เลือกที่มีจำนวนมากๆ ไว้ โดยอย่างน้อยนั้นจะต้องมีจำนวน 5 สล็อต ประกอบไปด้วยสล็อต PCI-X 1 หรือ 2 สล็อต, PCI 4 สล็อต เป็นต้นและก็ยังจะต้องมีพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB 2-4 พอร์ตไว้สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอกอื่นๆ ไว้ด้วยเช่นกัน ส่วนช่องเชื่อมต่ออื่นทั้ง Keyboard PS/2, Mouse PS/2, DB-15 และช่องเสียบลำโพงนั้นก็มีมาเป็นมาตรฐานกันอยู่แล้ว


 อีเทอร์เน็ตการ์ด (Ethernet Card) 

 อีเทอร์เน็ตการ์ด (Ethernet Card) ถ้าต้องเซิร์ฟเวอร์ที่สนับสนุนระบบเครือข่ายที่มีความเร็วสูงอย่าง Gagabit Ethernet นั้นก็ต้องเลือกที่มีพอร์ตนี้มาให้ ซึ่งปกตินั้นจะมีมาให้เรียบร้อย โดยเป็นแบบรวมเข้าด้วยกันกับเมนบอร์ดเลยทีเดียว ไม่จำเป็นที่จะต้องสรรหาการ์ดแบบ PCI มาเพิ่มเติม ซึ่งส่วนใหญ่จะมีให้ 2 พอร์ต คือ 10/100Mbps 1 พอร์ตและ 10/100/1000Mbps อีก 1 พอร์ต เพียงเท่านี้ก็พอเพียงสำหรับให้บริการเครื่องไคลเอนต์ได้พร้อมกันโดยไม่เกิดปัญหาคอขวด แต่สำหรับระบบเครือข่ายที่ยังใช้งาน 10/100Mbps นั้นเลือกเพียงการ์ดขนาด 10/100Mbpsก็ดูจะพอเพียงกับความต้องการ ถ้าต้องการเพิ่มเติมจึงค่อยนำอีเทอร์เน็ตการ์ดในแบบ PCI มาเสียบเข้ากับสล็อต PCI ที่ยังว่างอยู่ได้


ระบบไฟฟ้าสำรองและระบบระบายความร้อน (Power Supply & Fan Hot-Plug) 

ระบบไฟฟ้าสำรองและระบบระบายความร้อน (Power Supply & Fan Hot-Plug) เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย ปกติแล้วจะมาในรูปของ Chassis ซึ่งต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน FCC หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเคียงกัน ซึ่งเป็นมาตรฐานการรับประกันถึงคลื่นสัญญาณแม่เหล็กจะไม่ไปรบกวนการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ภายใน เครื่องเซิร์ฟเวอร์ (Server) นอกจากนั้นแล้วก็ต้องเลือกแบบ Redundancy Hot-swap ซึ่งเมื่อตัวใดเกิดขัดข้องอีกตัวต้องสามารถทดแทนกันได้โดยไม่ต้องปิดเครื่อง และอีกสิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงถึงก็คือกำลังไฟฟ้าจะต้องเผื่อไว้เมื่อมีการเพิ่มเติมอุปกรณ์เข้าไปจะต้องเพียงพอที่จะจ่ายไฟเลี้ยงอุปกรณ์ที่เพิ่มเติมได้ 


 เคส (Rack / Tower)

เคส (Rack / Tower) จะเลือกเซิร์ฟเวอร์ในแบบ Tower Case หรือแบบ Rack นั้นจะต้องคำนึงถึงพื้นที่ที่เราจะใช้สำหรับตั้งเครื่องกัน ถ้าเลือกในแบบ Tower นั้นจะกินพื้นที่มากกว่า แต่ถ้าเลือกแบบ Rack นั้นจะช่วยประหยัดพื้นที่และดูแลรักษาเครื่องได้ง่าย สำหรับองค์กรที่มีแผนอยากจะเพิ่มเติมหรือขยายความต้องการขึ้นไปอีกการเลือกเซิร์ฟเวอร์แบบ Rack นั้นดูเป็นทางเลือกที่ดีกว่า


 การเลือกระบบปฏิบัติการ 

การเลือกระบบปฏิบัติการ ทางเลือกสำคัญก็คือเลือกใช้ระบบปฎิบัติการในตระกูล Linux ที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในด้านไลเซนต์ซอฟต์แวร์เหมือนกับตระกูลอื่นๆ แต่สำหรับองค์กร SME แล้วนั้น โดยส่วนใหญ่จะไม่มีแผนกไอทีสำหรับดูแลงานด้านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ ดังนั้นจึงอาจทำให้เกิดปัญหาทางด้านค่าใช้จ่ายในการเรียนรู้ระบบและโดยส่วนใหญ่ก็มีความเคยชินกับการใช้iระบบปฏิบัติการวินโดว์ การจะปรับเปลี่ยนความเคยชินนั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ยากและต้องอาศัยเงินลงทุนและเวลา อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ แอพพลิเคชันที่ใช้งานกันอยู่เดิม ส่วนใหญ่ก็สร้างขึ้นมาจากสถาปัตยกรรมของระบบปฏิบัติการ Windows การจะปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบอื่นนั้นก็ยากไม่ใช่น้อยเช่นกัน ดังนั้นการเลือกใช้เซิร์ฟเวอร์ในตระกูล Linux นั้นน่าจะเหมาะกับงานด้านเป็นเมล์เซิร์ฟเวอร์ เว็บเซิร์ฟเวอร์และไฟล์เซิร์ฟเวอร์มากกว่า ส่วนแอพพลิเคชันเซิร์ฟเวอร์หรือในงานที่เกี่ยวข้องกับงานบัญชีนั้นควรใช้ระบบปฏิบัติการ Windows จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับงานและดูคุ้มค่ากว่า 


ราคา

ราคา มีตั้งแต่เท่ากับเครื่องพีซีระดับไฮเอนต์แต่ประสิทธิภาพดีกว่า นอกจากนั้นถ้าซื้อเครื่องแบรนด์เนมนั้นยังจะได้เปรียบกว่าซื้อเครื่องมาประกอบเองทั้งในเรื่องของการรับประกันสินค้าและมีบริการให้เมื่อเกิดปัญหา ทั้งยังมีซอฟต์แวร์อื่นๆ มาให้พร้อม เช่น ซอฟต์แวร์สำหรับมอนิเตอร์การทำงานของเครื่อง พยากรณ์การใช้งานทรัพยากรต่างๆ เป็นต้น ซึ่งเมื่อชั่งน้ำหนักดูแล้ว เครื่องเบรนด์เนมจะมีภาษีเหนือกว่าแม้ราคาจะแพงกว่าก็ตาม


 

                                                                                              

   

บทสรุป

บทสรุป สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและเล็กที่กำลังมองหา เครื่องเซิร์ฟเวอร์ (Server) ไว้ประจำการในองค์กรแล้วละก็แนวทางที่นำเสนอนั้นคงจะช่วยเป็นเครื่องชี้นำได้ว่า ควรจะเลือกซื้อ เครื่องเซิร์ฟเวอร์ (Server) ในแบบไหนกัน ซึ่งก่อนจะตัดสินใจนั้นก็ควรที่จะศึกษาข้อมูลของแต่ละรุ่นแต่ละแบรนด์พร้อมทั้งรายละเอียดปลีกย่อยไม่ว่าจะเป็นบริการระยะเวลาการรับประกันหรือเงื่อนไขอื่นๆ โดยละเอียดกันก่อน ทั้งนี้เพื่อให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของการใช้งานได้พร้อมผลประโยชน์และความคุ้มค่าในเม็ดเงินที่จะจ่ายไป


 




Main Product

Home Security NESS article
CCTV Security System
Ness D8X article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
* ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการสินค้า และขออภัยในข้อผิดพลาดอันเนื่องมาจากการพิมพ์ *ราคาสินค้าดังกล่าวยังไม่รวมภาษี
::: บริษัท โกลบอลแกรนด์ บิสซิเนส :::
220 หมู่ 4 ถ.ลพบุรีราเมศวร์ ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ 90110
โทร.0-7442-6525 , 0-7442-6605 โทรสาร.0-7426-1938